สารทำความเย็น กับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ปี 2025: ก้าวสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สารทำความเย็น กับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ปี 2025: ก้าวสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สารทำความเย็น (Refrigerant) กับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ปี 2025 : ก้าวสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สารทำความเย็น (Refrigerant) กับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ปี 2025 : ก้าวสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในวันที่ 1 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา การแก้ไขเพิ่มเติมคิกาลี (Kigali Amendment) ต่อพิธีสารมอนทรีออล จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในสหภาพยุโรปและแคนาดา  การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งเน้น ‘การลดการใช้สารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน หรือ สาร HFCs ’ ซึ่งเป็นสาร ทำความเย็นที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง

ทำไมการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสารทำความเย็นจึงสำคัญ?

ในปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) ทั่วโลก เมื่อกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับสาร ทำความเย็น ( Refrigerants ) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีผลบังคับใช้   “การแก้ไขพิธีสารมอนทรีออล ฉบับคิกาลี (Kigali Amendment)” เพื่อลดการใช้สารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs)  การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ธุรกิจ และผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น การใช้สาร ทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential หรือ GWP) สูง เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน กฎระเบียบใหม่นี้จึงมีจุดมุ่งหมาย ‘เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น’สำหรับทุกคน

การดำเนินการของประเทศไทยในการลดสาร HFCs

ประเทศไทยในฐานะภาคีของพิธีสารมอนทรีออล วางแนวทางเพื่อลดการใช้น้ำยาแอร์ ที่มีค่าศักยภาพในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) สูง โดยมีมาตรการที่สำคัญ ได้แก่:

  • กำหนดโควต้าการนำเข้าสาร HFCs: กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังดำเนินการออกกฎระเบียบเพื่อจำกัดปริมาณการใช้สาร HFCs ตามนโยบายสากล
  • ส่งเสริมสาร ทำความเย็นธรรมชาติ: องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) กำลังผลักดันโครงการเพื่อ สนับสนุนการใช้สาร ทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกองทุนนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมทำความเย็น (CIF) และโครงการพัฒนาเครือข่ายการทำความเย็นสีเขียว (GCI) ระยะที่ 3

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นและผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภคในหลายด้าน เช่น:

  • การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่: ผู้ผลิตต้องปรับตัวโดยการพัฒนาเครื่องปรับอากาศ และระบบทำความเย็นที่ใช้สาร ทำความเย็นที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน: ระบบทำความเย็นที่ใช้สารทางเลือกมักมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยลดการใช้พลังงานในระยะยาว
  • สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ: บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มใช้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

นวัตกรรมสารทำความเย็นใหม่

เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ อุตสาหกรรม HVAC ได้มีการพัฒนาสาร ทำความเย็นทางเลือกมากมายที่ ซึ่งมีค่า GWP ต่ำกว่าสารแบบเดิม

ตัวอย่างสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • R32: เป็นน้ำยาแอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีค่า GWP ต่ำและมีประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูง
  • R454B: เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ มีค่า GWP ต่ำกว่า R32 และมีคุณสมบัติที่คล้ายกับ R410A  สำหรับระบบปรับอากาศ
  • สารทำความเย็นธรรมชาติ: เช่น R717 (แอมโมเนีย) R744 (คาร์บอนไดออกไซด์) และ ไฮโดรคาร์บอน (เช่น โพรเพน (C₃H₈) และไอโซบิวเทน (C4H10) เป็นสาร ทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำมาก แต่ต้องมีการจัดการที่เหมาะสมเนื่องจากมีคุณสมบัติบางอย่าง เช่น ติดไฟได้ หรือ ต้องการระบบระบายอากาศ กรณีรั่วไหล

มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน

การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสาร ทำความเย็นในปี 2025 ถือเป็น ก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นโอกาสให้ธุรกิจในประเทศไทยปรับตัวสู่ เทคโนโลยีที่ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้บริโภค เราสามารถสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีได้

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้

  1. การตรวจสอบอุปกรณ์: การตรวจสอบอุปกรณ์ HVAC ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันว่าใช้น้ำยาแอร์ ที่ถูกจำกัดหรือไม่ เป็นสิ่งสำคัญ
  2. การวางแผนการเปลี่ยนแปลง: การวางแผนการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือสาร ทำความเย็น ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่เป็นสิ่งจำเป็น
  3. การศึกษาข้อมูล: การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารทำ ความเย็นทางเลือก และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น
  4. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกสารทำ ความเย็น และอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ควรทำ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:

บทความที่น่าสนใจ

คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ Embraco: ระดับประสิทธิภาพสูงสุด คุณภาพระดับโลก สำหรับระบบทำความเย็นทุกประเภท

คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ Embraco:  ระดับประสิทธิภาพสูงสุด  คุณภาพระดับโลก  สำหรับระบบทำความเย็นทุกประเภท

พลังแห่งนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญจาก เอ็มบราโก ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแ

บทความเพิ่มเติม

แชร์

แคเรียร์ แอร์ติดผนัง อินเวอร์เตอร์ R-32 เบอร์ 5 Copper 10

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า